Call: 064-246-5614 | Line : @thaiprintshop


กระดาษที่ใช้ในโรงพิมพ์ กระบวนการพิมพ์ OFF-SET

โรงพิมพ์

โรงพิมพ์ออฟเซ็ท (OFFSET) ว่าด้วยกระดาษที่ใช้ใน เรื่องกระดาษที่ใช้ในโรงพิมพ์ มีมากมายทั้งกระดาษธรรมดาราคาถูก ไปจนถึงกระดาษนำเข้าราคาแพงกว่าเหล็กเสียอีก แต่การเลือกใช้ก็อยู่ที่ประเภทของสิ่งพิมพ์ที่เราต้องการสื่อสารกับ ลูกค้าของเรา เช่น ถ้าจะทำแผ่นพับโครงการบ้าน ราคาขายบ้านหลายๆ ล้านบาท จะใช้กระดาษปอนด์ 80 แกรมก็ไม่เหมาะสมกับสินค้า หรือบางท่านจะทำใบปลิวโปรโมชั่นร้านอาหาร จะเลือกใช้กระดาษอาร์ตการ์ดอย่างดีนำเข้าก็ไม่เหมาะ เนื่องด้วยต้นทุนสูง

ดังนั้นการเลือกใช้กระดาษเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งความรู้เรื่องกระดาษจะช่วยให้ท่านสามารถเลือกกระดาษได้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน ความสวยงาม และราคาของงานพิมพ์ สเต็ปแรกก่อนการออกแบบกล่องบรรจุภัณฑ์ คือ…

• ชนิดของกระดาษ

• ความหนาของกระดาษ

• ขนาดของกระดาษ ชนิดของกระดาษกระดาษที่ใช้ในงานพิมพ์มีอยู่หลายชนิด ที่นิยมใช้โดยทั่วไป ได้แก่

1. กระดาษอาร์ต

กระดาษชนิดนี้เนื้อจะแน่น ผิวเรียบ เหมาะสำหรับงานพิมพ์ออฟเซ็ทสี่สี นั้นโรงพิมพ์ นิยมใช้ โปสเตอร์ โบรชัวร์ ปกวารสาร ฯลฯ กระดาษชนิดนี้ราคาค่อนข้างสูง คุณภาพกระดาษก็แตกต่างกันไปแล้วแต่มาตรฐานของผู้ผลิตด้วย หลายปีมานี้ มีผู้นำเข้ากระดาษมากมาย จึงมีกระดาษให้ท่านเลือกมากขึ้น และมีให้เลือกหลายแบบ เช่น

กระดาษอาร์ตมัน เนื้อกระดาษเรียบ เป็นมันเงา สามารถเคลือบเงาได้ดี ความหนาของกระดาษมีดังนี้ 85 แกรม, 90 แกรม, 100 แกรม, 105 แกรม, 120 แกรม , 128 แกรม, 130 แกรม, 140 แกรม, 150 แกรม, 160 แกรม

กระดาษอาร์ตด้าน เนื้อกระดาษเรียบ แต่เนื้อไม่มัน พิมพ์งานสีจะซีดลงเล็กน้อย แต่ดูหรู ความหนาของกระดาษมีดังนี้ คือ 85 แกรม, 90 แกรม, 100 แกรม, 105 แกรม, 120 แกรม , 128 แกรม, 130 แกรม, 140 แกรม, 150 แกรม, 160 แกรม

กระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า เป็นกระดาษอาร์ตที่หนาตั้งแต่ 190 แกรมขึ้นไป เหมาะสำหรับพิมพ์งานโปสเตอร์ โปสการ์ด ปกหนังสือ ปก และเนื้อในของแคตตาล็อค ป้ายTag หรืองานต่างๆ ที่ต้องการความหนา

กระดาษอาร์ตการ์ด 1 หน้า เป็นกระดาษอาร์ตที่มีความแกร่งกว่ากระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า หนาตั้งแต่ 190 แกรมขึ้นไป เหมาะสำหรับพิมพ์งานที่ต้องการพิมพ์แค่หน้าเดียว เช่น กล่องบรรจุภัณฑ์กระดาษทุกชนิด กล่องเครื่องสำอางค์ ป้าย Tag กล่องบรรจุสินค้าต่างๆ โปสเตอร์ โปสการ์ด ปกหนังสือ เป็นต้น

2. กระดาษปอนด์

เป็นกระดาษเนื้อเรียบสีขาว นิยมใช้พิมพ์งานสีเดียว หรือพิมพ์สี่สีก็ได้แต่ไม่สวยเท่ากระดาษอาร์ต สามารถเขียนได้ง่ายกว่าทั้งปากกาและดินสอ เหมาะสำหรับพิมพ์เนื้อในหนังสือ กระดาษหัวจดหมาย ฯลฯ ความหนากระดาษที่นิยมใช้พิมพ์หนังสืออยู่ที่ 70-100 แกรม

3. กระดาษปรู๊ฟ

กระดาษปรู๊ฟ มีเนื้อกระดาษหยาบ สีน้ำตาล หรือขาวหม่น ฉีกขาดง่าย ราคาถูกที่สุด เหมาะสำหรับพิมพ์งานจำนวนมากๆ เช่น หนังสือพิมพ์

4. กระดาษแบงค์

กระดาษแบงค์เป็นกระดาษบางๆ มักจะมีสี เช่น สีชมพู สีฟ้า นิยมใช้พิมพ์บิลต่างๆ หรือใบปลิว ความหนาประมาณ 55 แกรม ขึ้นไป 5.กระดาษแอร์เมล์ เนื้อกระดาษบางประมาณ 38 แกรม สำหรับพิมพ์บิล ใบเสร็จ ตั่วจอดรถ ความหนาของกระดาษ

การวัดความหนาของกระดาษ ทำได้ยาก เพราะกระดาษแต่ละแผ่นบางมาก ดังนั้นแทนที่จะวัดจากความหนาโดยตรง ก็ใช้วิธีชั่งนํ้าหนักของกระดาษแทน โดยอาศัยข้อเท็จจริงที่ว่า กระดาษหนาย่อมมีนํ้าหนักมากกว่ากระดาษบาง โดยพิจารณาจากน้ำหนักของกระดาษขนาด 1 ตารางเมตร ในหน่วยวัดเป็น แกรม (gsm: gram per square-metre)

กระดาษชนิดเดียวกัน 120 แกรมจึงหนากว่ากระดาษ 80 แกรม ควรเลือกใช้กระดาษกี่แกรมจึงเหมาะสมการเลือกความหนาของกระดาษต้องพิจารณาตามงานที่เอาไปใช้ เช่นถ้าใช้ทำปกก็ต้องใช้กระดาษหนา แต่ถ้าเป็นใบเสร็จมีหลายชั้นเมื่อเขียนแล้วต้องการให้ทะลุถึงชั้นล่าง อย่างนี้กระดาษก็ต้องบาง ตัวอย่างที่นิยมใช้ ได้แก่

• ใบเสร็จ และสิ่งพิมพ์ที่ต้องมีสำเนา  นิยมใช้กระดาษประมาณ 40-50 แกรม

• กระดาษหัวจดหมาย หน้าเนื้อในของหนังสือ นิตยสาร เนื้อในของสมุด  นิยมใช้กระดาษประมาณ 70-80 แกรม

• โบรชัวร์สี่สี หน้าสี่สีของนิตยสาร โปสเตอร์  นิยมใช้กระดาษประมาณ 120 – 160 แกรม

• ปกหนังสือ นิตยสาร สมุด แฟ้มนำเสนองาน กล่องสินค้า  นิยมใช้กระดาษประมาณ 300 แกรมขึ้นไป ขนาดของกระดาษ

การออกแบบงานโดยไม่ทราบขนาดกระดาษนั้น ทำให้ต้นทุนในการพิมพ์งานนั้นสูงขึ้น เพราะว่ากระดาษจะไม่สามารถตัดให้ลงตัวได้ และจะเป็นเศษทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย ขนาดของกระดาษในที่นี้หมายถึง กระดาษแผ่นใหญ่ ที่ตัดมาจากม้วนแล้วซึ่งมีขนาดต่างๆ ดังนี้

– กระดาษปอนด์, อาร์ตมัน, อาร์ตด้าน, ปรู๊ฟ โดยทั่วไปมีอยู่ 3 ขนาด คือ

• 24 นิ้ว x 35 นิ้ว

• 25 นิ้ว x 36 นิ้ว

• 31 นิ้ว x 43 นิ้ว

– กระดาษอาร์ตการ์ด 2 หน้า, อาร์ตการ์ด 1 หน้า โดยทั่วไปมีอยู่ 2 ขนาดคือ

• 25 นิ้ว x 36 นิ้ว

• 31 นิ้ว x 43 นิ้ว

– กระดาษกล่องแป้ง (หลังขาว, หลังเทา) โดยทั่วไปมีอยู่ 2 ขนาดคือ

• 31 นิ้ว x 43 นิ้ว

• 35 นิ้ว x 43 นิ้ว

– กระดาษแบงค์สี โดยทั่วไปมีอยู่ขนาดเดียวคือ

• 31 นิ้ว x 43 นิ้ว

สรุปได้ดังนี้

จะสั่งพิมพ์งานจากโรงพิมพ์ การกำหนดและเลือกสเปคกระดาษเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกผิด นอกจากต้นทุนสูงไปแล้ว จะได้งานที่ไม่เหมาะกับสิ่งพิมพ์ ที่เราต้องการด้วย

Thaiprintshop - Copyright © 2018. All Rights Reserved